DAVANCE INTERVIEW

ตอง : พงศ์ชยนต์ ศรีสุวรรณ (นักแสดงของกันตนา)


พี่แอนน์ : สวัสดีค่ะขอทราบชื่อเสียงเรียงนามหน่อย
ตอง : สวัสดีครับชื่อตอง พงศ์ชยนต์ ศรีสุวรรณ จบม.6 ที่เซนต์คาเบรียล จบป.ตรีที่มหิดล คณะเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร จบป.โทที่ธรรมศาสตร์ siit (สถาบันเทคโนโลยีนานชาติสิรินธร) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ครับ

พี่แอนน์ : ปัจจุบันทำอะไร
ตอง : ปัจจุบันเป็นเออีขายโฆษณาอยู่ที่เอไทม์มีเดียครับ ไม่ได้เกี่ยวกับที่เรียนมาเลย (หัวเราะ) (ใช่ทำไมคะ) คือตอนที่สมัครงานที่นี่ตอนนั้นเรียนโทปี 2 และเป็นช่วงทำวิทยานิพนธ์ตองไม่มีอะไรทำว่างมากก็ลองมาสมัครดูและได้จึงทำควบคู่กับทำวิทยานิพนธ์และนี่เพิ่งจบยังไม่ได้ออกก็ทำไปก่อนครับ แต่ก็ใกล้จะออกแล้ว

พี่แอนน์ : ตองจะออกเพื่อไปทำงานให้ตรงสายที่เรียนมา
ตอง : ใช่ครับ ว่าจะทำให้ตรงกับที่เรียนมาคือวิศวกรรม

พี่แอนน์ : ตองเข้ามาวงการบันเทิงได้ไง
ตอง : ตองเคยประกวดทรูคอฟฟี่มาสเตอร์ซีซั่น 2 คือเหมือนแข่งเป็นผู้บริหารเรียวลิตี้ ช่องทรูวิชั่น พอจบการประกวดทำให้เราได้รู้จักผู้ใหญ่มากขึ้น ทำให้ได้เข้ามาเรียนการแสดงที่กันตนาและได้แสดงละครเรื่องแรกนี้ครับ

พี่แอนน์ : การประกวดของทรูเป็นอะไร
ตอง : เป็นเหมือนเราทำงานจริงๆ ที่ร้านทรูคอฟฟี่ครับ เป็นเรียวลิตี้ 2 เดือนทั้งหมด 8 สัปดาห์ กินนอนอยู่ด้วยกันเหมือนเอเอฟครับ เพียงแต่เป็นผู้บริหารตรีมผู้บริหารร้านกาแฟซึ่งแต่ละสัปดาห์เขาจะมีโจทย์ของเขา เช่นคิดกลยุทธ์เครื่องดื่มใหม่ หรือว่าเพิ่มยอดขาย หรือทีมนึงแบ่งเป็น 2 ฝ่ายแข่งขายครัวซองทีมไหนยอดขายเยอะไม่ต้องออกประมาณนี้ครับ

พี่แอนน์ : พอจบเรียวลิตี้ได้เรียนการแสดงเลยไหม
ตอง : ไม่ครับก็สักพัก แต่มีถ่ายแบบ และพอดีทำวิทยานิพนธ์เสร็จได้ไปอ่านข่าวอยู่ 4-5 เดือนเป็นช่องของกระทรวงมหาดไทย ชื่อมหาดไทยชาเนล ทำอยู่พักหนึ่งเราเหมือนเป็นพีอาร์รัฐบาลจึงไม่ทำต่อเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้านนี้มากครับ

พี่แอนน์ : เรียนโทเวลาว่างเยอะมากหรือ
ตอง : ของตองเรียน 2 ปีครับ ปีแรกเรียนเต็มๆ เลย ปี 2 ไม่มีเรียนเลยว่างมีทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียวก็แล้วแต่เราบริหารจัดการเวลาเองว่าไปพบอาจารย์วันไหนแค่นั่นเองครับ

พี่แอนน์ : ตองผ่านงานทั้งเออี นักแสดงและผู้ประกาศข่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้บ้างไหม
ตอง : ไม่ได้เลย (หัวเราะ) มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างนักแสดงกันนักข่าวพอลิ้งค์กันได้ การใช้น้ำเสียงการพูดครับ แต่การขายก็เอามาลิ้งค์กันได้นะครับ เหมือนเราพูดเป็นมากขึ้นเมื่อก่อนเป็นคนขี้อายไม่พูด แต่หลังๆ พูดไม่หยุด (หัวเราะ) เวลาเจอลูกค้าเราต้องพูดนี่ครับ เป็นคนพูดมากไปเลยไม่ค่อยอายแล้วครับ

พี่แอนน์ : การแสดงล่ะ
ตอง : การแสดงทำให้เราหายเป็นคนขี้อายได้ เมื่อก่อนจะมาถ่ายรูปถือกล้องถ่ายนี่ไม่ได้เลย (อายขนาดนั้นเลย) อาย (หัวเราะ) หลังๆ ไม่เป็นไร หรือเรามีการเรียนการแสดงมาช่วงเวลาหนึ่งด้วยมั้งทำให้ชินครับ

พี่แอนน์ : : ตองเคยผ่านงานโฆษณาบ้างไหม
ตอง : ไม่เคย เคยแต่ภาพนิ่งครับ อ๋อมีตอนที่ประกวดโฆษณาของ HTC ครับเขาไปถ่ายแล้วให้ตองถ่ายด้วยครับ



พี่แอนน์
: ตองเรียนการแสดงเขาฝึกอะไรเราบ้าง
ตอง : ฝึกสมาธิครับ ฝึกความจำ ฝึกอารมณ์ ประมาณนี้ครับ หลังจากเรียนสักพักหนึ่งเขาถึงวางบทให้เราครับ


พี่แอนน์ : ตองเซ็นสัญญาไหม
ตอง : ไม่ได้เซ็นครับ แต่ก็รู้ๆ กันเป็นสัญญาใจมากกว่า แต่จะมีละครให้เรื่อยๆ ครับ

พี่แอนน์
: บริษัทยื่นบทมาตองได้เลยเป็นเรื่องแรกป่าว
ตอง : ใช่ครับเรื่องแรกเลย (ชื่อเรื่อง) หนีก็ล่าซ่าก็รักครับ

พี่แอนน์ : ทำไมถึงรับเล่นเรื่องนี้มีการศึกษาบทไหมหรือว่าตรงกับบุคลิกตอง
ตอง : ไม่ค่อยตรง เพราะเล่นเป็นเด็กมหาวิทยาลัยปี 2 คณะสถาบัตย์ฯ เป็นตัวฮาในกลุ่มเสนออะไรในกลุ่มเพื่อนๆ ก็จะตามครับ แบบก๋ากั่นแบบผู้นำในกลุ่มครับ

พี่แอนน์ : บทที่ตองได้ใช่พระรองไหม
ตอง : ไม่ใช่ครับ ของตองจะเล่นเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มของนางเอกคู่ที่ 2 ซึ่งรองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สแสดงครับ พระเอกของเรื่องก็วีรภาพ นางเอกก็ทิสาหรือฉัตรครับ

พี่แอนน์ : บทที่ตองได้จะตรงกับบุคลิกของตอง
ตอง : ไม่ตรงครับต้องเล่นเป็นเด็กครับ

พี่แอนน์ : ตัวตนของตองเป็นยังไง
ตอง : ตัวตนของตองเป็นผู้ใหญ่ (หัวเราะ) จริงเป็นผู้ใหญ่เงียบๆ ครับแต่ในบทต้องเป็นเด็กก๋ากั่นแบบซุกซนชอบแกล้งเพื่อนแซวเพื่อนครับ (ยากมั้ยกับบทนี้) ไม่ยากครับทุกคนมันมีความก๋ากั่นอยู่แล้วครับ


พี่แอนน์
: การทำงานตรงนี้ยากไหม
ตอง : ไม่อยากครับ เขาจะล็อกคิวเราแต่เผอิญโชคดีได้คิววันเสาร์หมดเลยนานๆ มีวันศุกร์บ้างก็ไม่กระทบงานอะไรครับ (คือไม่กระทบงานประจำของตอง) ไม่กระทบครับ

พี่แอนน์ : งานเออีกับการแสดงตองชอบงานไหน
ตอง : จริงๆ ชอบนักแสดงมากกว่า (หัวเราะ) อย่างเออีเหมือนเราต้องไปอ้อนวอนให้เขาซื้อเราต้องวิ่งหายอดมันเหนื่อยนะอาชีพนี้

พี่แอนน์ : ก่อนเข้าวงการกับหลังเข้าวงการความรู้สึกของตองต่อวงการนี้เป็นไง
ตอง : ก่อนวันถ่ายรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ไปกองวันแรกไปคนเดียวเลย เราคิดว่ากองถ่ายทุกคนจะเฮฮากัน แต่ป่าวเลยทุกคนแยกคนละมุมไม่ว่าจะดาราใหญ่หรือเล็ก ทานข้าวต่างคนต่างทานใครมากับแม่ก็ทานกับแม่ หรือถ้าสนิทหน่อยก็ทานด้วยกัน เราก็ทานกับใครอ่ะก็ต้องทานคนเดียว จนถ่ายมาได้ครึ่งทางถึงแบบกินด้วยกันซิ แรกๆ ก็งงเหมือนกันเว่าทำไมเขาทำกันแบบนี้และสงสัยว่ากองอื่นเป็นแบบนี้ป่าวแต่ก็ไม่รู้จะถามใคร มันแปลกนะอย่างเวลาถ่ายหน้ากล้องทุกคนเฮฮารักใครกันพอคัตปุ๊บต่างคนแยกกันคนละมุมเลย เรางงนะ

พี่แอนน์
: ตองมีใครเป็นไอดอลในวงการนี้ไหม
ตอง : มีนะแต่นึกไม่ออก จริงๆ ก็ชอบปล้อง ณ วัฒน์นะ เล่นเรื่องไหนก็เป็นตัวของตัวเอง การพูดจาไม่เกร็งเล่นเก่งประมาณนั้นครับ

พี่แอนน์ : วางอนาคตของตัวเองไว้อย่างไรบ้าง
ตอง : ดูเครียดจุง (หัวเราะ) ตองรอละครออนแอร์และดูฟีดแบ็ด ดูว่ามีเรื่องต่อไปมั้ย หรือจะให้ทำอะไรต่อมั้ย ถ้ามีตรงนี้จะทำตรงนี้และธุรกิจส่วนตัวเสริมไปด้วย แต่ถ้างานไม่ได้เยอะ รายได้ไม่โอเคก็อาจทำงานตามที่เรียนมา (เล่นเรื่องเดียวแล้วหายไปเลย) ใช่ครับ (ไม่หรอก) ต้องรอดูเพราะดาราเยอะมากครับ
พี่แอนน์ : เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร
ตอง : อยากรวยครับ (หัวเราะ) (ทุกคนก็อยากรวย) ไม่อยากเหนื่อยตองเป็นคนขี้เกียจ อยากสบายแต่รวยนะ แต่ก็ทำงานนะและเลี้ยงสุนัขเยอะๆ ชอบหมาครับ

พี่แอนน์ : ตอนนี้มีแฟนหรือยัง
ตอง : ไม่มีครับโสด (จริงอ่ะ) โห..พี่ตองทำงานจันทร์-ศุกร์ เสาร์-อาทิตย์ถ่ายละครไม่มีเวลาให้ใครเลย (แต่ตองก็พบกับคนมากมายนะ) อุ้ย! ลูกค้าก็ไม่ใช่นะเขาเป็นผู้ใหญ่ คนชอบคิดว่าเออีพบปะผู้คนเยอะแต่จริงๆ พบแต่ฝ่ายจัดซื้อดุๆ พูดจาเหวี่ยงๆ ด้วย ต้องเป็นคนมีความอดทนสูงนะ และถ้าคิดเยอะเก็บทุกเรื่องมาคิดนะอาชีพนี้ตายเลยนะครับ

พี่แอนน์ : นอกจากเล่นละครยังสนใจงานด้านอื่นอีกไหม
ตอง : จริงๆ นะอยากไปอ่านข่าวเหมือนเดิม รู้สึกว่าเป็นงานแบบต่อเนื่องและล็อกเวลาตายตัวใช้เวลาไม่มาก แต่อย่างละครบางทีเสียเวลาทั้งวันแต่ถ่ายจริง 3 ซีน แต่นักข่าวนัด 9 โมงเสร็จเที่ยงก็ตรงนะครับ

พี่แอนน์ : เรียนวิศวะฯ แต่อยากทำโน่นนี่นั้นไม่ตรงที่เรียนเลยนะ
ตอง : ตอนจบป.ตรีตองจบด้าน ICT มาแต่เอกบิสเนส แต่ตัวเองสนใจด้านโลจิสติกส์ แต่ทุนที่เรียนฟรีเป็นของอีกคณะคือตองสอบได้ทุนเรียนก็เรียนครับ แต่ต้องทำวิทยานิพนธ์ให้ตรงกับบริษัทที่ให้ทุนครับ ยินดีทำถ้าได้เรียนฟรีครับ (หัวเราะ)


พี่แอนน์ : หลังจากจบม.6ความฝันของตองอยากเข้าคณะอะไรใช่คณะที่ตองเรียนมาไหม
ตอง : ตอนจบ ม.6 ก็ยังงงอยู่ แต่อยากเรียนนิเทศฯ มากเลยมาเรียนดาว้องก์ครับ (หัวเราะ) จริงๆ นะตองเรียนสายวิทย์ที่บ้านตองเป็นสายวิทย์ทั้งบ้านเลย ตอนตองขึ้นม.4 ขอเรียนสายศิลป์คุณพ่อ-คุณแม่ไม่ให้ให้เรียนวิทย์ไปแล้วเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกคณะสายศิลป์ก็ไม่เป็นไร เราก็วิทย์ก็ได้เพราะเราชอบเลข แต่พอจบม.6 จริงๆ อยากเข้านิเทศดูน่าสนุกเราอยากเรียนแบบสนุกๆ (อยากเรียนนิเทศฯ) ใช่ครับ ตอนเอนท์คะแนนออกมาภาษาไทยดีนะแต่สังคมไม่ค่อยดีเป็นคนที่ไม่ตั้งใจเรียนสังคมคะแนนไม่ถึงถ้าจะนิเทศฯจุฬาเราก็พลิกโผเรียนวิศวะเท่ห์ดี (หัวเราะ) คะแนนฟิสิกส์ เคมี ชีวะเราดีไง สัตวแพทย์ก็อยากเรียนรักสัตว์ (หลายใจนะเนี่ย) แต่ก็กลัวเข็ม กลัวเลือดและก็คิดว่าถ้าจะทำงานด้านนิเทศฯไม่จำเป็นต้องเรียนก็ได้ถ้าได้ทำจริงๆ ค่อยศึกษาทีหลังก็ได้ครับ

พี่แอนน์ : ตอนจบป.ตรีคิดต่อป.โทด้านนิเทศฯบ้างไหม
ตอง : ตอนนั้นไม่อยากต่อโทนิเทศฯแล้วอยากต่อโทกฎหมาย (หัวเราะ) เป็นนักกฎหมายก็ดีนะเหมือนเป็นคนโลเล แต่ชีวิตเรานะมันเลือกได้หลายอย่างและเราก็อยากทำให้ได้ทุกอย่างเอาหลักสูตรกฎหมายของจุฬามาศึกษาแต่เหมือนได้ปริญญาตรีอีกใบไม่ใช่โทเรียน 3 ปี แล้วเรียน 3 ปีได้แค่ตรีนี่นะก็ไม่เอาครับ

พี่แอนน์ : การเข้าวงการมาโดยไม่มีใครชักนำภูมิใจไหม
ตอง : ภูมิใจนะเหมือนเริ่มจากศูนย์ที่ไม่รู้เรื่องการแสดงเลย บางคนต้องแคสเป็น 10 เรื่องถึงได้ แต่เราเหมือนเขาวางไว้เราไปลองแล้วได้เลย เราเรียนการแสดงไม่มาก ซึ่งบางคนเรียนเป็นปีสองปีถึงได้เล่นครับ

พี่แอนน์ : คาดหวังกับละครเรื่องนี้ยังไงบ้าง
ตอง : หวังว่าคนดูดูแล้วคนไม่ด่า (หัวเราะ)

พี่แอนน์ :ที่ว่าเรียนดาว้องก์เรียนตอนไหนสาขาอะไร
ตอง : ตองเรียนตอนม.6 เทอม 1 เรียนอินเทนซีป ตอนแรกไม่รู้จักนะอะไรดาว้องก์เพื่อนๆพูดกันตองก็สอนฝรั่งเศสหรือ สุดท้ายก็อ๋อสอนภาไทย-สังคม เราก็สงสัยอีกนะอาจารย์คนเดียวหรือสอนทั้งไทย-สังคมในความเข้าใจตอนนั้นทำไมไม่ภาษาไทยคนนึงสังคมคนนึง เพื่อนก็ชวนไปเรียนตองก็เรียนทำไมต้องเรียนด้วยหรือภาษาไทยแต่ก็ไปเรียนนะและรู้สึกว่าเรียนที่นี่ไม่เครียดเรียนที่อื่นตองเครียดนะ ที่นี่เรียนสบายๆ แทบไม่ได้โดดเลยนะ ตองเรียนสาขาวิสุทธิกษัตริย์ใกล้โรงเรียนครับ

พี่แอนน์ :เรียนดาว้องก์ได้อะไรบ้าง
ตอง : ได้คะแนนภาษาไทยดีมากตอนเอนทรานซ์รู้สึกข้อสอบมันคล้ายกันเหลือเกินไม่ต้องไม่อ่านหลายเล่ม อ่านแต่ของดาว้องก์อ่านสบาย เรียนไม่เครียดแล้วอาจารย์ไม่ได้สอนเรื่องเรียยอย่างเดียวสอนเรื่องอื่นด้วยเหมือนได้รีแล็กซ์ตอนเรียนด้วย สำคัญคือทำให้คะแนนเอนท์เราสูงครับ จำได้เลยว่าทำได้

พี่แอนน์ :ฝากให้กำลังใจน้องๆ ที่จะเข้ามหาวิทยาลัย
ตอง : ตอนนี้สอบเสร็จแล้วคงแก้ไขอะไรไม่ได้ คนที่คะแนนดีก็เลือกได้คณะดีๆ แต่คนที่คะแนนไม่ได้ก็อย่าเลือกคณะที่คะแนนมันโดดมาก เพราะเลือกไปก็ไม่ได้จะเลือกทำไมครับ คือจะเลือกคณะไหนให้ดูคะแนนตัวเองเป็นหลักอย่าเลือกแบบเผื่อฟลุ๊กเพราะมันไม่มีครับ เพราะนับวันคะแนนจะสูงขึ้น แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ มหาวิทยาลัยเอกชนก็มีให้เรียนนะครับ

พี่แอนน์ :แล้วอย่างประเภทที่เลือกเพื่อให้ตัวเองติดมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ตอง : เหมือนตัวเองยังไงไม่รู้ ตอนนั้นกายภาพบำบัดไม่ได้ชอบเลยนะ ถ้าเลือกไปตองนะได้ท๊อปคณะนี้ได้ลงหนังสือพิมพ์แน่ๆ เกือบเลือกแล้วแต่ไม่เอาดีกว่า แม่บอกเลยนะว่าจะต้องเจอแบบนี้ทำใจได้หรือเท่านั้นแหละลบทิ้งเลยต้องมีคนคอยเตือนสติด้วยนะ เพราะบางทีเราเลือกเองอาจผิดพลาดได้ เราต้องดูตัวเองด้วยว่าเรียนได้หรือป่าวครับ

พี่แอนน์ :ฝากอะไรถึงอ.ปิงหน่อยไหม
ตอง : ไม่เคยเจอ อ.ปิงตัวเป็นๆ เลย (หัวเราะ) ตัวจริงๆ ฝากขอบคุณอาจารย์ครับถึงจะมีโอกาสอันน้อยนิดเรียนแค่เทอมเดียว ถ้ารู้ว่าเรียนแล้วสนุกเรียนแล้วได้ความรู้มากมายคงเรียนตั้งนานแล้ว คะแนนภาษาไทยตอนม.4 5 6 คงดีกว่านี้ (หัวเราะ) ฝากขอบคุณอาจารย์ครับถ้ามีโอกาสจะมาพบอาจารย์ครับ